
เรอัล มาดริด บุกพ่าย บาเยิร์น มิวนิค ตกรอบ UCL ท่ามกลางดราม่าเดือด เบลลิงแฮม ปะทะ วินิซิอุส ในสนาม ก่อนใบแดง-ความอลหม่านช่วงท้ายเกมจุดชนวนความรู้สึกว่าไม่พอใจทั้งทีม
ความแพ้พ่ายของ เรอัล มาดริด ต่อ บาเยิร์น มิวนิค ในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 8 กลุ่มในที่สุด มิได้มีเพียงแค่ผลที่เกิดขึ้นจากการแข่งขันที่น่าผิดหวัง แม้กระนั้นยังเต็มไปด้วยความเครียดด้านในกลุ่มกระทั่งแทบควบคุมไม่อยู่
จังหวะสำคัญเกิดขึ้นในตอนนาทีที่ 83 เมื่อ วินิสิอุส จูเนียร์ ได้บอลรวมทั้งบากบั่นเลี้ยงเข้าจุดโทษ ระหว่างที่ จู๊ด เบลลิงหมูแฮม วิ่งเพิ่มเติมขึ้นมาแล้วก็เรียกร้องให้ส่งบอลให้ แม้กระนั้นจังหวะสัมผัสบอลที่ไม่ดีของแนวรุกบราซิลทำให้ถูกตัดบอลไป
เหตุการณ์ดังกล่าวข้างต้นสร้างความรู้สึกว่าไม่พึงพอใจให้ เบลลิงหมูแฮม อย่างแจ่มแจ้ง ก่อนที่จะ วินิสิอุส จะตอบโต้กลับอย่างเดือด โดยมีภาพจับเจ้าตัวกล่าวว่า “นายปรารถนาอะไร? เงียบไปเลย” เปลี่ยนเป็นชนวนการขัดกันกึ่งกลางสนาม
ไม่กี่นาทีถัดมา เกมยิ่งเคร่งเคลียดเมื่อ เอมองอาร์โด้ ราคะวิงก้า ถูกใบเหลืองลำดับที่สองไล่ออกจากสนามในนาทีที่ 86 จากจังหวะทำให้เสียเวลาฟรีคิก ทำให้กลุ่มเสียเปรียบผู้เล่น
จุดเปลี่ยนแปลงนี้นำมาซึ่งการก่อให้เกิดการเสียประตูในทันทีจาก ฝ่าส์ ดีอาซ ก่อนที่จะ ไมเคิล โอลีเซ่ ยิงจบท้ายในช่วงต่อเวลาพิเศษเจ็บพา บาเยิร์น ผ่านไปสู่รอบรองชนะเลิศ
ข้างหลังจบเกม เหตุการณ์ยิ่งแย่ลงกว่าเดิม เมื่อผู้เล่นมาดริดรุมต่อต้านผู้ตัดสิน สลาฟโก วินชิช อย่างมาก โดยยิ่งไปกว่านั้น อาร์ด้า กือแลร์ ที่ออกอาการไม่สบอารมณ์อย่างหนักกระทั่งถูกใบแดงข้างหลังสิ้นเสียงนกหวีด
นอกนั้นยังมีกล่าวว่า อันโตนิโอ รือดิเกอร์, วินิสิอุส หรือแม้กระทั้ง ดานี่ การ์บาฆาล ที่มิได้ลงในสนาม ต่างร่วมแสดงความรู้สึกไม่ชอบใจต่อการวินิจฉัยอย่างถึงใจถึงอารมณ์
ฝั่ง จู๊ด ยังให้สัมภาษณ์สั้นๆถึงจังหวะใบแดงของ ค้างมาวิงก้า ว่า “มันเกิดเรื่องตลกโปกฮา” ในตอนที่ผู้จัดการทีมฟุตบอล อัลบาโร อาร์เบลัว คิดว่าการวินิจฉัยดังที่กล่าวมาแล้ว “ทำลายเกม”
อย่างไรก็แล้วแต่ มุมมองฝั่งเจ้าของบ้านไม่เหมือนกันออกไป โดย ดีอาซ บอกว่าการไล่ออกเป็นการวินิจฉัยที่ถูก เนื่องจากว่ามาดริดอุตสาหะทำให้เสียเวลา
